ช่วยเราเติมเต็มข้อมูล
    • I
    • I
    • I
    • I
    • I
    • I
    • I
    • I
    • I
    • I
  •  
  • ไอคอน รายการ สมาชิกที่ออนไลน์ขณะนี้:

  •  

  • qrcode

  • !!พิเศษสำหรับคุณลูกค้าทุกท่านนะคะ

        **สำหรับท่านที่สมัครสมาชิกกับเว็บเรา (สมัครฟรีค่ะ) จะได้รับโปรโมชั่น

    หรือของแถมต่าง ๆ ตอนสั่งซื้อสินค้าอีกมากมายค่ะ

  •  

    **รับพรีออเดอร์เครื่องสำอางค์เกาหลี**

    ทางร้านสั่งตรงจากประเทศเกาหลี

    **รับประกันของแท้แน่นอน 100% จัดส่งสินค้าทั่วประเทศ**

    <<ปิดรับพรีออเดอร์ทุกวันอาทิตย์ค่ะ>>

    สินค้านอกเหนือรายการจากหน้าเว็บสอบถามได้ค่ะ

  • Etude,Skinfood,Beauty Credit,Missha,TFS.,Laneige,Tony Moly,Lotree,Roju,Baviphat,

    Nature R.,Holika,It's Skin,Too Cool,Clio,Peripera,Baviphat,Innisfree,Innisfree,

    • Etude House Miss Tangerine Cream Choux Blusher ข่าวสาร Etude House Miss Tangerine Cream Choux Blusher บลัชออนครีมเนื้อแมท เนื้อครีมนุ่มเนียนละเอียด ติดทนทั้งวัน อ่านต่อ
    • Etude House Miss Tangerine Petite Darling Nails Ki ข่าวสาร ♦Etude House  Miss Tangerine Petite Darling Nails Kit ♦ เซตยาทาเล็บโทนสีส้มสดใส ไม่ทำให้เล็บเหลือง ในเซตมี 3 ขวด อ่านต่อ
    • แต่งหน้าแบบธรรมชาติ (Natural Make-up) ข่าวสาร     แต่งหน้าแบบธรรมชาติ (Natural Make-up)       จุดเด่นของ การแต่งหน้าสไตล์ธรรมชาติ คือ การแต่งหน้าในแบบที่แต่งหน้าแล้วแต่ดูสวยใสราวกับไม่ได้แต่งหน้า ซ้ำยังสามารถปกปิดจุดด้อย และเสริมสร้างจุดเด่นบนใบหน้าให้สวยขึ้นได้อีก สังเกตได้จากสไตล์การแต่งหน้าของ “ชงเฮเคียว” นางเอกจากซีรีส์เกาหลีเรื่อง “Full house” และ “ลียองเอ” นางเอกจากเรื่อง “แดจังกึม” ในละครและหนังของเกาหลี จะเห็นได้ว่านางเอกเหล่านี้ไม่ได้แต่งหน้ามาก แต่สามารถออกมาสวยและเป็นธรรมชาติมากๆ         ข้อควรระวัง ของการแต่งหน้าสไตล์นี้ คือ การแต่งหน้านั้นไม่ใช่การโชว์สีที่ใบหน้า แต่การแต่งหน้านั้นเพื่อทำให้เราสวยขึ้นและทำให้เราดูเด็กลง     รองพื้นข้อ แตกต่างที่เห็นได้ชัดที่สุดสำหรับการแต่งหน้าสไตล์ไทยและการแต่งหน้าสไตล์ เกาหลี คือ การลงรองพื้น และการเขียนคิ้ว ซึ่งการแต่งหน้าสไตล์ Natural Make-up นั้น การลงรองพื้น และการเขียนคิ้ว ถือเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด ถ้าเราลงรองพื้นและเขียนคิ้วเสร็จแล้ว ถือได้ว่าเราแต่งหน้าเสร็จไปแล้ว 70%           การ ลงรองพื้นให้เลือกตามสีผิวของเราเอง (อย่าลงให้ขาวเว่อร์เกินสีผิวจริง) ต้องลงรองพื้นให้เบาบางที่สุด และใช้คอนซิลเลอร์ปกปิดแค่ส่วนที่เราอยากจะปกปิดเท่านั้น เช่น สิว ฝ้า กระ รอยจุดด่างดำ แผลเป็น จะทำให้หน้าดูเบาบางกว่าการที่เราจะลงรองพื้นหนาๆ และให้กดเยอะๆ นานๆ เพื่อทำให้เครื่องสำอางอยู่ทนติดหน้าเราได้ทั้งวัน     การเขียนคิ้ว แต่ละคนจะมีรูปคิ้วที่แตกต่างกัน คนเกาหลีนิยมเขียนคิ้วตามรูปคิ้วจริงๆ (จึงมองดูคิ้วหนา) ต่างจากคนไทยที่นิยมเขียนคิ้วแบบคันศร (เป็นเส้นเดียวยาวโค้ง) การเขียนคิ้วควรใช้ดินสอเขียนคิ้ว (Ebony Pencil) สกรูว์บรัช, และ แชโดว์บรัช ในการเขียนคิ้ว เพื่อจะทำให้คิ้วออกมาดูเป็นธรรมชาติ เวลาเขียนคิ้วพยายามอย่าให้โหนกคิ้วสูงจนเกินไป ทำให้รู้สึกนุ่มมากที่สุด          ข้อควรระวัง การใช้ดินสอเขียนคิ้วที่มีส่วนของน้ำมันผสมอยู่ จะทำให้คิ้วดูเข้มและไม่เป็นธรรมชาติ     อายแชโดว์ ควรลงรองพื้นให้เข้ากับโทนสีผิวของตัวเองก่อน หลังลงรองพื้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ใช้สีชมพูเป็นพอยต์ (Point) เพื่อให้เกิดความรู้สึกที่สว่างและเพิ่มส่วนที่เป็นไฮไลต์ โดยใช้แชโดว์ที่เป็นมุกจะให้ความรู้สึกที่ดูใส สว่าง ข้อสำคัญสาวเกาหลีจะเขียนขอบตาเฉพาะขอบตาบน          ข้อควรระวัง อย่าใช้สีมากเกินไป เพราะจะทำให้ดูเชย ไม่ทันสมัย ที่สำคัญแลดูไม่เป็นธรรมชาติ หากจะเล่นสีที่ตานิยมใช้โทนสีพาสเทล     ลิปสติก การทาลิปนั้นไม่ต้องเน้นลิปไลน์มาก ควรทาลิปที่เป็นโทนสีแดงทาแค่ในปากเท่านั้น จะทำให้รู้สึกว่าริมฝีปากสว่าง สดใสขึ้น และให้ใช้ลิปกลอสทาตั้งแต่ริมฝีปากข้างในจนถึงข้างนอกให้แลดูเป็นธรรมชาติ          ข้อควรระวัง อย่าทาลิปกลอสในปริมาณที่มากเกินไป เพราะจะดูเหมือนว่าเพิ่งผ่านการรับประทานอาหารที่มันๆ มา     บลัชออน การปัดแก้มควรใช้บลัชออนสีชมพูที่เป็นธรรมชาติปัดบนส่วนที่เป็นโหนกแก้ม (โดยลองยิ้มดูแล้วปัดตรงส่วนที่นูนขึ้นมามากที่สุด) แต่อย่าทามากเกินไป เพราะจะทำให้รู้สึกไม่เป็นธรรมชาติ   ที่มาจาก Post Today  อ่านต่อ
    • เทคนิคการกรีดอายไลเนอร์ ข่าวสาร เทคนิคการกรีดอายไลเนอร์     ทิปส์การกรีดอายไลเนอร์ต่อไปนี้จะช่วยให้คุณสาวๆ ได้เป็นเจ้าของดวงตาที่สวยคม ชิกเลยทีเดียว...           Pencil Eyeliner เป็นอายไลเนอร์ที่เขียนง่ายที่สุด และเหมาะสำหรับมือใหม่หัดเขียน สาวๆ ที่จะเลือกใช้อายไลเนอร์ประเภทนี้ควรเป็นเจ้าของผิวรอบดวงตาที่ตึงกระชับ เพราะหากผิวบริเวณนี้แห้งกร้านขาดความกระชับแล้วจะเขียนขอบตาด้วยอายไลเนอร์ แบบแท่งได้ยาก นอกจากนี้การกรีดอายไลเนอร์แบบนี้ต้องเหลาอยู่เสมอเพื่อความสะดวกในการเขียน และยังช่วยกำจัดแบคทีเรียที่สะสมอยู่ที่เนื้อผลิตภัณฑ์ด้วย อีกทั้งหลังจากเหลาแล้วควรนำอายไลเนอร์มาลองขีดเขียนที่หลังมือก่อนเพื่อ เช็กว่าแหลมเกินไปหรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อดวงตา            ทิปส์ : หากคุณมีผิวบริเวณรอบดวงตาแห้งกร้าน และหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้อายไลเนอร์แบบแท่ง แนะนำให้จุ่มปลายดินสอในมอยส์เจอไรเซอร์สักเล็กน้อยก่อน จะช่วยทำให้เนื้อผลิตภัณฑ์ทาง่ายยิ่งขึ้น             Liquid Eyeliner มักมาพร้อมกับแปรงปัด สำหรับอายไลเนอร์ที่เป็นเนื้อลิควิดจะเหมาะสำหรับสาวๆ ที่มีทักษะการกรีดที่ดีระดับหนึ่งแล้ว (มีชั่วโมงบินที่มากพอ) อายไลเนอร์ประเภทนี้จะมอบความเนียนเรียบ สีสดชัดได้ดีกว่า Pencil Eyeliner แต่ไม่เหมาะสำหรับการเขียนใต้ตาล่าง ดังนั้นบริเวณใต้ตาล่างยังคงต้องใช้ Pencil Eyeliner จะเหมาะสมและเข้าถึงมากกว่า ส่วนการกรีดอายไลเนอร์แบบลิควิดนี้ควรก้มหน้าลงเล็กน้อยจะช่วยให้เวลาทาแล้วเห็นเส้นชัดเจน ไม่ทำให้อายไลเนอร์เลอะส่วนอื่น ที่สำคัญไม่ทำให้เกิดริ้วรอยจากการย่นหน้าอีกด้วย           ทิปส์ : เคล็ดลับสำหรับการกรีดอายไลเนอร์ประเภทนี้ให้ง่ายขึ้น ให้เอาศอกวางบนโต๊ะ ก้มหน้าลง แล้วเริ่มกรีดอายไลเนอร์ เพราะการวางศอกบนโต๊ะจะทำให้เวลาวาดอายไลเนอร์มีน้ำหนักในการลงเส้นสม่ำเสมอ ยิ่งขึ้น ผลที่ได้คือเส้นเรียบตรงสม่ำเสมอ   ที่มาจาก www.posttoday.com  อ่านต่อ
    • มารู้จักกับ Skin Food ข่าวสาร              ร้าน Skin Food เริ่มก่อตั้งในปีคศ. 1957 โดยบริษัท Manufaturer I Pires ซึ่งเป็นที่รู้จักดีของสาวๆเกาหลีทุกคนมาเป็นระยะเวลานาน ทั้งยังติดอันดับบริษัทเครื่องสำอางที่มีผู้ใช้มากเป็นอันดับต้นๆของประเทศ เกาหลีอีกด้วย ปัจจุบันได้เริ่มบุกตลาดไปยังประเทศต่างๆในแถบเอเชียแล้ว อาทิ ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และประเทศไทย โดยเปิดที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล   ซิตี้ บางนาเป็นสาขาแรก และมีแนวโน้มว่าจะเปิดเพิ่มอีก 10 สาขาภายในปี 2549 รวมถึงยังมีโครงการที่จะบุกตลาด ฮ่องกง ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และประเทศทางฝั่งยุโรปอีกด้วย       จุดเด่นของร้าน Skin Food คือ ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นทำจากส่วนผสมของธรรมชาติทั้งหมด อาทิแอปเปิ้ล อโวคาโด มันฝรั่ง โสม ชาเขียว เป็นต้น นอกจากนี้ ยังถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ ซึ่งมีความอ่อนโยนต่อผิวพรรณ และเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค ไม่มีส่วนผสมของสารเคมีและสารกันบูด ทั้งนี้จึงมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยสำหรับผิวหน้าและผิวพรรณ ปัจจุบัน Skin Food มีผลิตภัณฑ์ทั้งหมดรวม 13 ประเภท สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ขายดี 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับที่ 1 HERB SALAD เป็นผลิตภัณฑ์ประเภทออร์แกนิค ไม่ใส่สารเคมีและสารกันบูด เหมาะกับผู้ที่มีผิวอ่อนโยน ผิวบอบบางและแพ้ง่าย เนื่องจากนำสารสกัดจากเปลือกส้มแมนดาริน จากเกาะเซจู ในประเทศเกาหลีใต้ มาใช้แทนสารกันบูดนั่นเอง อันดับที่ 2 RED GINSENG ผลิตภัณฑ์สกัดจากโสมแดงที่มีราคาสูงและหายาก ช่วยต่อต้านริ้วรอยและบำรุงผิวหน้าไดเป็นอย่างดีและอันดับที่ 3 LEMON 2 WAY สารสกัดจากมะนาวที่ช่วยในการผลัดเซล์ลผิว ช่วยให้ผิวหน้าดูขาวสดใส ลดจุดด่างดำให้ดูจางลง และยังช่วยให้ผิวชุ่มชื่นอีกทั้งยังต่อต้าน     ริ้วรอยบนใบหน้าอีกด้วย อ่านต่อ
    • วิธีดู skinfood ปลอม 2# ข่าวสาร วิธีดู skinfood ปลอม  - เริ่มชิ้นแรกกันเลยนะคะ - อันนี้อย่างแรกเลยให้สังเกตที่ฉลากค่ะ ฉลากของปลอมจะยาวกว่าของจริงมากค่ะ ปริมาณนี่ไม่เกี่ยวนะค่ะ เพราะของจริงยืมเขามารีวิวค่ะ ใช้ไปแล้วบางส่วนค่ะ ฉลากของปลอมจะยาวเลยไปเกือบถึงปากขวดเลยค่ะ ส่วนของจริงจะยาวไปถึงข้างหลังกลางขวดค่ะ ต่อมาดูที่ลายปั๊มค่ะ ลายปั๊มของปลอมจะเป็นสีทองแดง ส่วนของจริงจะเป็นสีทองค่ะ อีกอย่างนึง น้ำโทนเนอร์ของจริงจะใสกว่ามากค่ะ   ต่อมาดูวันเดือนปีและล็อตที่ผลิต ของจริงจะปั๊มอยู่บนฉลากค่ะ สังเกตฉลากของปลอมยาวเลยเกือบถึงปากขวดเลยค่ะ ของปลอมวันเดือนปีและล็อตที่ผลิตจะอยู่ท้ายขวดค่ะ สังเกตได้อีกอย่างนึงคือ สีขวดของปลอมจะเข้มกว่าของจริงมากค่ะ มาดูข้างในค่ะ ของปลอมจะไม่มีจุกขวดมาให้ค่ะ และกลิ่นของปลอมนี่แบบน้ำหอมฉุนมั๊กๆๆๆ ดมดูก็รู้แล้วว่าไม่ธรรมชาติค่ะ พอเทใส่สำลี กลิ่นหายทันทีค่ะ ส่วนของจริงจะหอมกลิ่นผลไม้รสเปรี้ยว เทใส่สำสี กลิ่นก็ยังอยู่ค่ะ ลักษณะน้ำเหมือนกันทั้งคู่ค่ะ เนื้อใสๆ ปิดท้ายกันที่ฝาขวดค่ะ อันนี้สังเกตที่สีอย่างเดียวเลยค่ะ ของจริงจะเป็นสีทอง ส่วนของปลอมจะเป็นสีทองแดง ลายปั้ม มีความนูน ความคมชัดเหมือนกันเปะค่ะ - ชิ้นที่ 2 - อันนี้ดูเผินๆขั้นเทพค่ะ ของปลอมจะซีลไว้เหมือนของจริง จึงต้องสังเกตุภายนอกให้มากๆเลยนะค่ะ อย่างแรกเลย ของจริงฝาตลับครีมจะเป็นสีทองค่ะ ของปลอมจะเป็นสีทองซีดๆๆ อีกอย่างดูที่ลายปั๊มค่ะ ของปลอมตัวคิปิดจะอ้วนๆ ไม่ได้สัดส่วนค่ะ และตราปั้มของปลอมจะไม่นูนเด่นชัดเท่าของจริงค่ะ มาดูตรงฉลากค่ะ ตรงนี้ให้สังเกตที่ลูกเลม่อนค่ะ ของจริงลูกเลม่อนจะเป็นสีเหลืองอย่างเห็นได้ชัดค่ะ ส่วนของปลอมลูกเลม่อนจะเป็นสีซีดๆ ไม่เด่นออกมา สีจะกลืนไปกับฉลากค่ะ ตรงนี้ให้ดูที่ลายปั๊มคิวปิ๊ดค่ะ ของจริงลายปั้มตัวคิวปิ๊ดจะเป็นสีทองและไม่เต็มค่ะ ส่วนของปลอมลายปั๊มจะเป็นสีทองแดงและเต็มค่ะ เรื่องสีถ้าอยากให้เห็นชัดเจน ให้ส่องกับแสงค่ะ ลายปั๊มบนฉลากของ skinfood ในผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นจะเป็นสีทองอย่างเดียวค่ะ ไม่มีสีทองแดงแน่นอนค่ะ มาดูข้างในค่ะ ฝาปิดด้านในแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดค่ะ ของจริงฝาบิดจะเนียนเรียบเสมอกัน ส่วนฝาปิดของปลอมจะเป็นรอยบุ๋มตรงกลางค่ะ มาดูเนื้อครีมค่ะ เนื้อครีมของจริงจะใสกว่าของปลอม และมีกลิ่นหอมของผลไม้รสเปรี้ยวค่ะ ส่วนของปลอมเนื้อข้นและเหนอะมากเหนียวอย่างกะวาสลีน และกลิ่นนี่อย่างกะน้ำมันใส่ผม เห็นแล้วจะเป็นลม หน้าจะพังมั๊ยเนี่ย อีกอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือสีกระปุกค่ะ สีกระปุกของปลอมจะออกเหลืองอย่างเห็นได้ชัดค่ะ มาดูท้ายตลับค่ะ ตรงนี้ให้สังเกตที่ วันเดือนปี ที่ผลิตค่ะ ของจริงตัวอักษรจะหนาและแคบ ส่วนของปลอมตัวอักษรจะบางและห่างกันมากค่ะ - ชิ้นที่ 3 - อันนี้ขอบอกว่าขั้นเทพจริงๆ แทบจะไม่ต่างกันเลยค่ะ  250 บาท เหมือนเด๊ะ หน้าตลับจะต่างกันแค่ตรงที่ ของปลอมจะเป็นสีเขียวอ่อนเหมือนสีเขียวมะนาว ของจริงจะเป็นสีเขียวเข้ม อีกอย่างคือน้ำหนัก ของปลอมจะเบาก็องแก็ง จับดูจะรู้เลยค่ะ มาดูข้างในค่ะ ของปลอมพัฟจะเป็นสีขาวจั๊ว ของจริงพัฟจะเป็นสีขาวนวล สีแป้งของปลอมจะเป็นสีเหลืองเลยค่ะ อันนี้เบอร์ 21 ทั้งคู่นะค่ะ แต่แป้งของจริงจะเหลืองนวลๆค่ะ ดูด้วยตาแยกไม่ออกค่ะ เพราะลายบนเนื้อแป้งเหมือนกันเป๊ะค่ะ อันนี้ต้องดมค่ะ ของจริงจะมีกลิ่นหอมองุ่น ของปลอมจะเป็นกลิ่นแป้งทั่วไปค่ะ ข้างหลังนี่ขอบอกว่าสุดยอด เหมือนกันทุกอย่าง ไม่มีต่างกันแม้แต่นิดเดียวค่ะ บาร์โค๊ดสีขาวเหมือนกัน มี made in korea เหมือนกัน ปั๊มวันที่เหมือนกัน อันนี้หลักๆเลย แนะนำว่าดูที่น้ำหนัก หน้าตลับ แล้วก็กลิ่นค่ะ นอกนั้นไม่ต่างกันเลยค่า - ชิ้นที่ 4 - คืออันนี้ไม่แน่ใจว่าเขาทำมาก็อปเบอร์อะไรค่ะ เพราะอันนี้มันไม่มีเบอร์ 8 มันมีแค่ 1 - 7 อ่ะค่ะ สรุปว่าถ้าเจอเบอร์ 8 ก็อปชัวร์ค่ะ ข้างในค่ะ เทียบสีไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าเขาทำออกมาก็อปเบอร์ไหน แต่สังเกตุหัวแปรงของปลอมจะยาวกว่าของจริงค่ะ มาดูข้างหลังค่ะ ของปลอม 120 บาท มีสติ๊กเกอร์ พร้อมฉลากภาษาไทยกำกับอีกตะหาก เทพสุดๆ ค่ะ แต่ของปลอมก็คือของปลอมค่ะ ถึงจะมี made in korea ก็เถอะ ยังไงมันก็ต้องมีข้อแตกต่างอยู่แล้วค่ะ สังเกตุตัวหนังสือของจริงจะคม ชัด เป็นระเบียบ และของจริงจะมี วัน เดือน ปี พร้อมล็อตที่ผลิตค่ะ - ชิ้นที่ 5 - ลักษณะที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดคือ ขอบของปลอมจะหนากว่า คิวปิดน้อยจะลงพุง สงสัยติดใจต้มยำกุ้งเมืองไทย อิอิอิ ตัวหนังสือของจริงจะเป็นสีทองขึ้นเงาดูไฮโซกว่ามากกก  (แอบเสียใจ อันนี้ของมีนก็มี รีบวิ่งไปหยิบมาดู ปลอมเหมือนกัน โดนหลอกมาทั้งนั้นน = =") มาดูเนื้อบลัช ของปลอมจะแบบดูโลว์มั๊กๆๆ ของจริงจะขึ้นลายซ้อนเป็นชั้นสวยงาม มาดูแปรง ของปลอมก็อุตส่าห์มีแปรงนะเออ ร้อยเดียวแสนคุ้ม แปรงของจริงใหญ่กว่าของปลอมมากค่ะ ขนแปรงนุ่มไม่ระคายหน้าค่ะ ข้างหลังค่ะ ดุเผินๆเหมือนจะไม่ต่าง แต่ต่างกันเยอะมากค่ะ อันดับแรกเลยบาร์โค๊ดของปลอมจะอยู่ตรงกลาง ของจริงจะอยู่ล่างสุด เบอร์แป้งของปลอมจะเป็นสติ๊กเกอร์ใสๆแปะไว้ ของจริงจะพิมพ์ลงไปเลยพร้อมมีภาษาเกาหลีกำกับ ของปลอมจะไม่มีวันผลิต ของจริงจะมี ปี เดือน วัน ที่ผลิตค่ะ สุดท้ายของจริงจะมี made in korea อยู่ล่างสุดค่ะ ของปลอมไม่มีค่ะ - ชิ้นที่ 6 - อันนี้ก็ขั้นเทพค่ะ มองเผินๆจะไม่รู้เลยค่ะ ข้างหน้าต่างกันแค่ตรงที่ ของจริงกระดาษจะออกสีน้ำตาลทอง ของปลอมจะเป็นสีน้ำตาลเก่าๆค่ะ อันนี้ต้องดูข้างในค่ะ ของปลอมมันก็คือของปลอมอยู่ดีแหล่ะค่ะ สีลิปข้างในแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงค่ะ ของปลอมจะเป็นสีแดงค่ะ ของจริงจะเป็นสีชมพู อันนี้เบอร์ 1 เหมือนกันนะค่ะ ของปลอมก็มีกลิ่นหอมค่ะแต่สีไม่ใช่แน่นอนค่า ข้างหลังนี่เหมือนกันทุกประการค่ะ มีบาร์โค๊ตเหมือนกัน ระบุสีเหมือนกัน ปั๊ม วัน เดือน ปี และล็อตที่ผลิตเหมือนกัน แถมยังมี made in korea เหมือนกันด้วยค่ะ อันนี้น้ำหนัก 6 กรัมเท่ากัน แต่ถ้าจับดูของปลอมจะเบากว่าค่ะ และที่สังเกตุได้อีกอย่างคือตลับของปลอมจะเป็นสีออกทองแดง ของจริงจะเป็นสีทองค่ะ - ชิ้นที่ 7 - อันนี้ดูง่ายมากค่ะ ฝาของปลอมจะเป็นสีทอง ของจริงจะเป็นสีเงิน อันนี้แอบทึ่ง พัฟของปลอมเป็นพัฟมีขนไฮโซมากค่ะ พัฟของจริงจะเป็นพัฟฟองน้ำธรรมดาค่ะ อันนี้ทึ่งมาก 100 เดียวทำซะคุ้ม พลาสติกปิดรูของปลอมมีคำอธิบายเป็นภาษเกาหลีด้วยค่ะ ของจริงจะเป็นพลาสติกธรรมดาค่ะ อันนี้เนื้อแป้งของปลอมน่ากลัวมากค่ะ สีม่วงแบบอย่างกะย้อมสีมา คงกะจะให้วิ้งตั้งแต่ร้อยเมตร สีแป้งของจริงจะม่วงธรรมชาติ ไม่ออกสีมากแต่ใช้ไปวิ้งกระจาย  ข้างหลังเหมือนกันทุกประการ จะไม่เหมือนตรงเบอร์แป้งค่ะ อันนี้สีเดียวกันนะค่ะ แต่ของปลอมจะเป็นเบอร์ 25 ของจริงเป็นเบอร์ 40 นอกนั้นเหมือนกันหมดค่ะ - ชิ้นที่ 8 - ตัวนี้ถ้าแกะซีลออกเหมือนกันแทบจะไม่ต่างกันเลยค่ะ สังเกตุอันดับแรกเลยคือสีค่ะ สีของจริงจะเข้มกว่าของปลอมค่ะ ต่อมาดูที่บาร์โค๊ดค่ะ ลักษณะของบาร์โค๊ดแต่งต่างกันอย่างสิ้นเชิงค่ะ อันนี้เบอร์ 1 เหมือนกันทั้งคู่นะค่ะ ซูมให้ดูชัดๆค่ะ บาร์โค๊ดแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงค่ะ  ต่อมาดูที่ฝาขวดค่ะ ลายปั๊มของปลอมจะไม่คมและชัดเท่าของจริงค่ะ ดูที่ปีกคิวปิดนะค่ะ ของจริงจะมีเส้นบนปีกอย่างชัดเจนค่ะ สุดท้ายดูข้างในเลยค่ะ หัวแปรงของจริงจะเป็นแนวเฉียงค่ะ สีของทินท์ของจริงจะเป็นสีแดง ของปลอมจะเป็นสีแดงออกบานเย็นค่ะ - ชิ้นที่ 9 - ตัวนี้รูปในเวป skinfood ยังเป็นของเก่าอยู่นะค่ะ ฉลากตั้งแต่ปี 2009 - 2010 จะเป็นแบบที่รีวิวค่ะ มาดูกันค่ะ ของปลอมฉลากจะสีเข้ากว่าของจริงค่ะ ตัวบอกปริมาณของจริงจะบอกแค่ ml ไม่มีเป็น ออนซ์ค่ะ  มาดูข้างหลังค่ะ ของจริงวันเดือนปีที่ผลิต จะปั๊มตรงปลายหลอดค่ะ ไม่มีปั๊มบนตัวหลอดแบบของปลอมค่ะ บาร์โค๊ดของจริงจะเป็นพื้นสีขาวค่ะ และของปลอมจะไม่มี makde in korea ค่ะ มาดูเนื้อครีมค่ะ ของปลอมเปิดมาจะได้กลิ่นหอมแบผสมน้ำหอม ฉุนจมูกเลยค่ะ ของจริงจะหอมกลิ่นมะเขือเทศ เนื้อครีมของปลอมจะข้นและหนืดมากค่ะ ของจริงจะข้นแต่เกลี่ยง่ายค่ะ หมดแล้วค่าา เป็นไงคะสาว ๆ เยอะจุใจไหมคะ ^^    อ่านต่อ
    • วิธีการสังเกตเครื่องสำอางค์ Etude Skinfood ปลอม ข่าวสาร วิธีการสังเกตเครื่องสำอางค์ Etude Skinfood ปลอม ...Etude Skin Food ที่เรากำลังจะซื้อเป็นของปลอมหรือเปล่านะ??? ...เพื่อนๆ คงมีคำถามนี้อยู่ในใจ เวลาจะซื้อสินค้ากับร้านที่ยังไม่เคยซื้อ หรือไม่เคยรู้จักมาก่อนใช่มั๊ยคะ... ...มาดูวิธีการสังเกตเครื่องสำอางค์ ETUDE SKINFOOD ปลอมกันคะ... ...ทางร้านได้รวบรวมข้อมูลที่คิดว่าเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าที่กำลังจะเลือกซื้อเครื่องสำอางค์จากร้านทั่วไปนะคะ... ...หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ นะคะ... ข้อสังเกตเครื่องสำอางค์ **Skinfood Diet Lip Blam  ของปลอม** ตัว Cupid ของปลอมจะตัวใหญ่และอ้วน ดูเหมือนมีพุงกว่าของจริง ตลับของ Skinfood Diet Lip Blam ของจริงจะวาวและเงากว่าอย่างเห็นได้ชัด ของ ปลอมจะเป็นสีเงินด้านไม่วาว ตลับของปลอมตัวหนังสือนูนว่า Skinfood จะเห็นขอบนูนไม่ชัด แต่ของจริงจะนูนชัดเจน เนื้อของลิปสติกจะมีกลิ่นแรงผิด ปกติกว่าของจริง ดมแล้วรู้เลยและเหมือนจะผสมน้ำมันเยอะและเนื้อไม่แน่น ออกใสๆ สีส้มของ Skinfood Diet Lip Blam ของจริงจะเป็น 505 แต่ของปลอมจะเป็น 525 ซึ่งไม่มีรหัสสีนี้ ตัวหนังสือภาษาเกาหลี ใต้รหัสสีของจริงจะตัวเล็กกว่าตัวเลขและชัด แต่ ของปลอมจะตัวใหญ่มากกว่าตัวเลขรหัสสี ตัวหนังสือภาษาเกาหลีอื่นๆของปลอมจะเบลอๆ แต่เบลอไม่มากจนจับได้ต้องสังเกตดีๆ นะคะ **Skinfood มาร์คน้ำตาล** ของจริงจะดมได้ลิ่นมะนาวๆ แต่ของปลอม เป็นมะขามเปียก **Skinfood  Lime Secret Base** ของปลอมทาไปแล้วจะร้อนนิดๆ แต่ของจริงจะไม่รู้สึก ** Skinfood Aloe Sunscreen BB ครีม** ของปลอมจะมีเบอร์ 21 , 23 , 25  ในเวปของ Skin food มีแค่สองสี คือ เบอร์ 1 กับ เบอร์ 2 แต่ รุ่นที่มีเบอร์ 21 ,  23 อะไรพวกนี้ จะเป็นพวกเบสองุ่น ** Tomato ป้ายเขียนว่า Skinfood Lettuce&cucumber Water Jelly Essence 45ml.** แต่สินค้าของแท้ของรุ่น Tomato ไม่มีรุ่นนี้  อีกรุ่นที่เป็นกระปุกรูปมะเขือเทศ แต่เขียนชื่อว่า Lecttuce cucumber water jelly cream   ...มาดูวิธีการสังเกต Etude กันบ้างนะคะ... **Dear Darling Gloss ของปลอม** ในรูปเป็นกลอส แต่ชื่อเขียนว่า Dear Darling tint **Dear Darling Tint ของปลอม** ของปลอม จะไม่มี สติ๊กเกอร์ เบอร์ คะ ว่าเป็น 01 02 หรือ 03 ตรา Etude House ตัวอักษร จะ พิมพ์ไม่ดีบูดๆ เบี้ยวๆ ตัวใหญ่กว่าของแท้     ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จากPantip.comค่ะ... อ่านต่อ
    • เทคนิคเหนือชั้น!!แรเงารูปหน้าให้เรียวสวยสไตล์เกาหลี ข่าวสาร เทคนิคเหนือชั้น!!แรเงารูปหน้าให้เรียวสวยสไตล์เกาหลี     หมดสมัยแล้วที่จะมาแต่งหน้าให้ขาวเนียนเด้ง เพื่อให้ได้ลุคสวยใสดูเป็นธรรมชาติ เพราะเทรนด์ฮอตล่าสุดของสาวเกาหลี คือ การใช้เทคนิคเมกอัพเฉดดิ้งและไฮไลต์รูปหน้าให้เรียวสวย เพื่อเพิ่มแสงเงาและมิติตามธรรมชาติ นำเทรนด์โดย ETUDE HOUSE แบรนด์ เครื่องสำอางอันดับหนึ่งของแดนกิมจิ ที่สร้าง สรรค์คอลเลกชั่นใหม่ Golden Ratio มาเอาใจสาวๆโดยเฉพาะ กมล ฉัตรเสน    นอกจากสองบอสใหญ่แบรนด์อีทูดี้ เฮาส์ เมืองไทย "ชัญญาพัชญ์ ณัฐจีราวัฒน์" และ "ถิรดา ปฏิพัทธ์เผ่าพงศ์" จะทุ่มทุนนำคณะสื่อมวลชนเดินทางไปเยี่ยมชมอีทูดี้ เฮาส์ ถึงถิ่นกำเนิดในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ พร้อมร่วมงานเปิดตัวเมกอัพคอลเลกชั่นล่าสุด งานนี้ เมกอัพอาร์ติสต์คิวทอง "กมล ฉัตรเสน" ยังใจดีนำเคล็ดลับการแต่งหน้าด้วยเทคนิคเหนือชั้นสไตล์เกาหลี กลับมาแบ่งปันให้สาวไทยได้อินเทรนด์ทันอกทันใจซะด้วย ฮุน จินชอย     "ที่ผ่านมา สาวเกาหลีนิยมแต่งหน้าแบบสวยใสดูแอ๊บแบ๊ว เน้นความเนียนขาวเป็นหลัก หรือไม่ก็ลงชิมเมอร์เงาๆให้ดูสวยใส แต่เทรนด์ใหม่ล่าสุดที่เพิ่งอัพเดทมาจากเมกอัพอาร์ติสต์ของอีทูดี้ เกาหลี "ฮุน จินชอย" คือ ตอนนี้สาวเกาหลีกำลังคลั่งไคล้การแต่งหน้าแบบมีมิติ ใช้เครื่องสำอางเพิ่มแสงเงา และแก้ไขรูปหน้าให้ดูเรียวสวย เพื่อให้ได้ลุคหรูหราคลาสสิกขึ้น"     สำหรับหลักการเฉดดิ้งและไฮไลต์สไตล์อีทูดี้ ก็สามารถทำเองได้ง่ายๆแบบมืออาชีพ ด้วยเมกอัพ คอลเลกชั่น Golden Ratio โดยเมกอัพอาร์ติสต์คนดังแนะนำว่า หลังจากลงรองพื้น หรือบีบี ครีม และแป้งฝุ่น จนเนียนสวยแล้ว ให้ใช้เฉดดิ้งสีเข้มแรเงาตรงพื้นที่ที่อยากให้ดูเรียวเล็กลง เช่น ถ้าอยากให้รูปหน้าดูเรียว ก็ต้องเฉดดิ้งตามแนวกรอบหน้า ตั้งแต่กกหูไล่ลงมาที่ขากรรไกร จนถึงปลายคาง ขณะที่ส่วนที่ต้องการให้ดูอิ่มเอิบ หรือเต็มขึ้น ควรเลือกใช้ไฮไลต์สีสว่างเกลี่ยอย่างเบามือ เช่น สาวที่มีหน้าผากแคบ แนะนำให้ใช้ไฮไลต์เกลี่ยทั่วบริเวณหน้าผาก เพื่อเพิ่มความกว้างของหน้าผาก หรือใครที่มีปัญหาตาแพนด้า ก็สามารถใช้ไฮไลต์เกลี่ยใต้ตา เพื่อเพิ่มความสว่างให้ดูสดใสขึ้น แม้แต่จมูกก็สามารถแต่งให้ดูโด่งขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม ด้วยเทคนิคแรเงาสีเข้มบริเวณปีกจมูก และไฮไลต์สีสว่างตรงสันจมูก เคล็ดลับสำคัญที่สุดคือ ทุกขั้นตอนต้องค่อยๆเกลี่ยอย่างเบามือที่สุด เพื่อให้เกิดความกลมกลืน และจะสวยยิ่งขึ้นเมื่อแมตช์กับเมกอัพสีน้ำตาลประกายทอง และลิปสติกโทนสีนู้ด ซึ่งกำลังฮิตฮอตในเกาหลี.   ไทยรัฐออนไลน์ อ่านต่อ
  • I
    Skin Food Gold Caviar Collagen Ampoule
    Skinfood Caviar
    1,254.00 บาท
    I
    Gold Caviar Collagen Double Eye Serum
    Skinfood Caviar
    1,140.00 บาท
    I
    Gold Caviar Toner
    Skinfood Caviar
    722.00 บาท
    I
    Gold Caviar Cream
    Skinfood Caviar
    836.00 บาท
    I
    Gold Caviar Emulsion
    Skinfood Caviar
    722.00 บาท
    I
    Gold Caviar Moist Brightening Powder Ball
    Skinfood Caviar
    722.00 บาท
    I
    Gold Caviar Moist Fitting Cake
    Skinfood Caviar
    646.00 บาท
    I
    Gold Caviar Lifing Prime Skin
    Skinfood Caviar
    532.00 บาท
  • Hot !!
    I
    Omija Whitening Program
    Skinfood Omija
    1,254.00 บาท
    I
    Omija Complexion Pact # No.1
    Skinfood Omija
    646.00 บาท
    I
    Omija Whitening Teabag Toner
    Skinfood Omija
    760.00 บาท
    I
    Omija Whitening Emulsion
    Skinfood Omija
    760.00 บาท
    Hot !!
    I
    Omija Whitening Cream
    Skinfood Omija
    836.00 บาท
    I
    Omija Whitening Spot Cream
    Skinfood Omija
    1,026.00 บาท
    Hot !!
    I
    Omija Whitening Serum
    Skinfood Omija
    836.00 บาท
  • I
    Fresh Juice Essence Mask Sheet
    Skinfood Fresh Juice
    76.00 บาท
    I
    Fresh Juice C Cream
    Skinfood Fresh Juice
    490.00 บาท
    I
    Fresh Juice C Serum ( Whitening Care )
    Skinfood Fresh Juice
    490.00 บาท
    I
    Fresh Juice Emulsion
    Skinfood Fresh Juice
    452.00 บาท
  • I
    Collagen Moistfull Eye Cream
    Etude Moistfull Collagen
    532.00 บาท
    I
    Collagen Moistfull Facial Freshener
    Etude Moistfull Collagen
    456.00 บาท
    I
    Collagen Moistfull Facial Freshener Emusion
    Etude Moistfull Collagen
    456.00 บาท
    I
    Moistfull Collagen Essential Massage
    Etude Moistfull Collagen
    418.00 บาท
  • I
    Total Age Repair Activating Toner
    Etude Total Age Repair
    670.00 บาท
    I
    Total Age Repair Activating Emulsion
    Etude Total Age Repair
    670.00 บาท
    I
    Total Age Repair Royal Essence
    Etude Total Age Repair
    890.00 บาท
    I
    Total Age Repair Royal Cream
    Etude Total Age Repair
    800.00 บาท
  • การคิดราคาสินค้า

    ราคาสินค้าพรีออเดอร์ และพร้อมส่งหน้าเว็บ kawaii-shops.com

    เรท 0.038 บวกค่าหิ้วทุกอย่างหมดแล้วนะคะ

    ค่าส่งในไทยคิดตามน้ำหนักจริงค่ะ

      และหากท่านต้องการสินค้าที่นอกเหนือจากที่ร้านลงไว้ใน (kawaii-shops.com)

    ติดต่ิอสอบถามมาที่

    mail_impossible@hotmail.com ได้เลยค่ะ

  • Webboard kawaii-shops.com
รับพรีออเดอร์ น้ำหอมแบรนด์ดัง skinfood etude สินค้าแฟชั่นเกาหลีของแท้ 100% www.kawaii-shops.com